มากิน ปูอลาสก้า , ปูทาราบะ หรือ King Crab กันเถอะ!! ... ทำเองง่ายๆ อร่อยกว่าร้านครับ ^ ^
รอบนี้ขอรีวิวนอกเรื่องหน่อย (ไปๆมาๆ มันจะกลายเป็นบล็อคที่อยากเอาอะไรมาใส่ก็ใส่ ยำกันมั่วซั่วหรือเปล่านะ บล็อคเรา -*-)
...
รอบนี้มารีวิวเรื่องการกิน "ปูอลาสก้า" สไตล์ไทยๆครับ ^ ^
พูดถึงปูอลาสก้า เราจะคุ้นเคยกันในชื่ออลาสก้านี้ ... แต่จริงๆ มันมีชื่อของมันครับ มันคือปูที่ชื่อว่า King Crab (ปูราชา!!)
บางคนสับสนว่าปูอลาสก้า กับ King Crab เป็นคนละปูกัน แต่จริงๆมันเป็นปูชนิดเดียวกัน
โดยปูอลาสก้า ก็คือ King Crab ที่จับมาจากอลาสก้านั่นเอง ^ ^"
ในประเทศญี่ปุ่น จะเรียกปู King Crab ว่า "ปูทาราบะ" ครับ ^ ^
ฉะนั้น ใครบอกว่าปูทาราบะ อร่อยกว่าปูอลาสก้า ... ก็พินิจพิจารณานิดนึง ^ ^" ... แต่ก็ไม่แน่ครับ เพราะถึงจะเป็นปูพันธุ์เดียวกัน แต่เนื่องด้วยถิ่นที่อยู่อาศัยที่ต่างกัน อาจจะทำให้รสชาติแตกต่างกันได้
...
และที่มาของการได้ปูอลาสก้ามากินในครั้งนี้นั้น (ขอเรียกว่าปูอลาสก้าแล้วกัน)
ก็สืบเนื่องมาจากไปเดินซื้อของกินของใช้ที่แมคโคร (Makro) มาครับ
กำลังเดินดูอาหารแช่แข็ง พวกกุ้งอะไรเงี๊ยะครับ
แล้วก็เหลือบไปเห็นปูอลาสก้าด้วย แช่แข็งอยู่เป็นตัวๆเลย (เห็นเหลืออยู่ 6-7 ตัวเอง มีน้อยหรือคนซื้อไปกันเยอะก็ไม่รู้)
พอมองดูราคา ... อุแม่เจ้า!!! โลละ 159 บาท!! ถูกสุดๆ!! (ไปกินตามร้านอาหาร มันแพงกว่านี้อ่ะ แค่ขาสองสามข้าง ก็ราคาขูดเลือดกันซิบๆแล้ว)
... ที่มันถูก อาจจะเป็นเพราะมันโดนแช่แข็งก็ได้มั้ง ประมาณว่าไม่สด ... แต่คิดไปคิดมา ปูตามร้านอาหาร มันก็แช่แข็งก่อนปรุงเหมือนกันละนะ -*-
สรุปก็เลยซื้อมากินครับ
เป้าหมายก็คือ เอามานึ่ง แล้วก็กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสไตล์ไทยๆ ^ ^ (ไม่จุ่มหรอก เนยน่ะ ไม่แซ่บ!! ... แต่ฝรั่งคงบอกว่าแซ่บไป รสแท้ๆของปู หายไปหมด -*-)
และนี่คือโฉมหน้าของปูที่ซื้อมาครับ ตัวนึงก็ โลกว่าๆ รวมเบ็ดเสร็จ เจ้าตัวนี้ราคา 217 บาท ครับ ^ ^ (ปลาช่อนเผาแถวบ้านก็ตัวละ 180 บาทแล้ว นี่ก็ขูดเลือดกันซิบๆ -*-)

จับเจ้าปูออกจากถุง นอนหงายน่ากลัวเชียว ... ไม่ว่าใครเห็นก็พาลพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า "จะกินไงเนี่ย" -*-
ประมาณว่าเห็นรูปร่างมันแล้ว ต้องกินยากแน่ๆ

ถ่ายรูปคู่กับคุณพี่สาวซะหน่อย ก่อนเอาไปนึ่งน่ะครับ ^ ^

นึ่ง ... ก็นึ่งในซึ้งง่ายๆ แบบไทยๆครับ ^ ^ เทน้ำใส่กระทะ เอาซึ้งวางลงไป ปิดฝา ... รอ 30 นาที (ถ้าน้ำเดือดอยู่แล้ว แค่ 15-20 นาที ก็โอเคแล้วครับ)

...
พอสุกก็นำมากินได้เลยครับ
ซึ่งวิธีการกินนั้น บอกตรงๆว่า "ง่ายกว่าปูม้า" บ้านเราอีกครับ ^ ^ พูดจริง ไม่ได้พูดเล่นครับ
เพราะปูอลาสก้านี้ พอเรานึ่งแล้ว เปลือกมันจะอ่อนครับ ประมาณพลาสติกแข็งที่ยืดหยุนได้ ไม่แข็งแบบปูม้าบ้านเรา ฉะนั้น ไม่ต้องทุบปูก่อนเอาไปนึ่งแต่อย่างใดครับ เอาไปนึ่งได้เลย
ตามไปดูวิธีกินต่อ ก็ คลิกที่นี่เลยครับ -->> วิธีกินปูอลาสก้า
...
รอบนี้มารีวิวเรื่องการกิน "ปูอลาสก้า" สไตล์ไทยๆครับ ^ ^
พูดถึงปูอลาสก้า เราจะคุ้นเคยกันในชื่ออลาสก้านี้ ... แต่จริงๆ มันมีชื่อของมันครับ มันคือปูที่ชื่อว่า King Crab (ปูราชา!!)
บางคนสับสนว่าปูอลาสก้า กับ King Crab เป็นคนละปูกัน แต่จริงๆมันเป็นปูชนิดเดียวกัน
โดยปูอลาสก้า ก็คือ King Crab ที่จับมาจากอลาสก้านั่นเอง ^ ^"
ในประเทศญี่ปุ่น จะเรียกปู King Crab ว่า "ปูทาราบะ" ครับ ^ ^
ฉะนั้น ใครบอกว่าปูทาราบะ อร่อยกว่าปูอลาสก้า ... ก็พินิจพิจารณานิดนึง ^ ^" ... แต่ก็ไม่แน่ครับ เพราะถึงจะเป็นปูพันธุ์เดียวกัน แต่เนื่องด้วยถิ่นที่อยู่อาศัยที่ต่างกัน อาจจะทำให้รสชาติแตกต่างกันได้
...
และที่มาของการได้ปูอลาสก้ามากินในครั้งนี้นั้น (ขอเรียกว่าปูอลาสก้าแล้วกัน)
ก็สืบเนื่องมาจากไปเดินซื้อของกินของใช้ที่แมคโคร (Makro) มาครับ
กำลังเดินดูอาหารแช่แข็ง พวกกุ้งอะไรเงี๊ยะครับ
แล้วก็เหลือบไปเห็นปูอลาสก้าด้วย แช่แข็งอยู่เป็นตัวๆเลย (เห็นเหลืออยู่ 6-7 ตัวเอง มีน้อยหรือคนซื้อไปกันเยอะก็ไม่รู้)
พอมองดูราคา ... อุแม่เจ้า!!! โลละ 159 บาท!! ถูกสุดๆ!! (ไปกินตามร้านอาหาร มันแพงกว่านี้อ่ะ แค่ขาสองสามข้าง ก็ราคาขูดเลือดกันซิบๆแล้ว)
... ที่มันถูก อาจจะเป็นเพราะมันโดนแช่แข็งก็ได้มั้ง ประมาณว่าไม่สด ... แต่คิดไปคิดมา ปูตามร้านอาหาร มันก็แช่แข็งก่อนปรุงเหมือนกันละนะ -*-
สรุปก็เลยซื้อมากินครับ
เป้าหมายก็คือ เอามานึ่ง แล้วก็กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสไตล์ไทยๆ ^ ^ (ไม่จุ่มหรอก เนยน่ะ ไม่แซ่บ!! ... แต่ฝรั่งคงบอกว่าแซ่บไป รสแท้ๆของปู หายไปหมด -*-)
และนี่คือโฉมหน้าของปูที่ซื้อมาครับ ตัวนึงก็ โลกว่าๆ รวมเบ็ดเสร็จ เจ้าตัวนี้ราคา 217 บาท ครับ ^ ^ (ปลาช่อนเผาแถวบ้านก็ตัวละ 180 บาทแล้ว นี่ก็ขูดเลือดกันซิบๆ -*-)
จับเจ้าปูออกจากถุง นอนหงายน่ากลัวเชียว ... ไม่ว่าใครเห็นก็พาลพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า "จะกินไงเนี่ย" -*-
ประมาณว่าเห็นรูปร่างมันแล้ว ต้องกินยากแน่ๆ
ถ่ายรูปคู่กับคุณพี่สาวซะหน่อย ก่อนเอาไปนึ่งน่ะครับ ^ ^
นึ่ง ... ก็นึ่งในซึ้งง่ายๆ แบบไทยๆครับ ^ ^ เทน้ำใส่กระทะ เอาซึ้งวางลงไป ปิดฝา ... รอ 30 นาที (ถ้าน้ำเดือดอยู่แล้ว แค่ 15-20 นาที ก็โอเคแล้วครับ)
...
พอสุกก็นำมากินได้เลยครับ
ซึ่งวิธีการกินนั้น บอกตรงๆว่า "ง่ายกว่าปูม้า" บ้านเราอีกครับ ^ ^ พูดจริง ไม่ได้พูดเล่นครับ
เพราะปูอลาสก้านี้ พอเรานึ่งแล้ว เปลือกมันจะอ่อนครับ ประมาณพลาสติกแข็งที่ยืดหยุนได้ ไม่แข็งแบบปูม้าบ้านเรา ฉะนั้น ไม่ต้องทุบปูก่อนเอาไปนึ่งแต่อย่างใดครับ เอาไปนึ่งได้เลย
ตามไปดูวิธีกินต่อ ก็ คลิกที่นี่เลยครับ -->> วิธีกินปูอลาสก้า